เรื่องเสียว โดนเปิดซิง เพราะประชดแฟน

สวัสดี ครับเพื่อนพ้องๆผมขอเล่าที่เกิดขึ้นอยู่กับผม และมันอาจเป็นเรื่องที่ผมไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ผมชื่อ ปิ๊ค ตอนนี้ก็อายุ 26 ปี เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งด้านงานการ การคลังนั้นก็เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง แต่สถานะภาพของผมนี้ยังไม่มีคู่ครับ แต่ไม่สิง… และเรื่องของผมที่จะเอ่ยเล่านั้น มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 เดื่อนก่อน เป็นเรื่องของสาวผู้ที่ผมได้แอบรัก..คุณมีชื่อว่า ข้าวฟ้าง อายุน้อยกว่า ผม 2 ปี เป็นสาวเหนือหน้าตางาม ผมดำยาว…ผิวขาว สูง รูปร่างดี เรียกว่างามเลยละ ก็ไม่ให้มีความสวยงามได้ยังไง ก็เธอเป็นถึงดาวมหาลัยที่มีชื่อแห่งหนึ่งนี่ครับ ซึ่งผมก็ได้รู้จักคุณทางอินเตอร์เนต ก่อนหน้าที่จะมีเรื่องกันถึง 2 ปี..

เรียก ได้ว่าตอนเกิดเหตุนั้นผมได้รู้จักคุณผ่านทางเนตมาแทบๆ3 ปีแล้ว…แต่ถ้าว่าความเชื่อมโยงของผมกับคุณนั้นก็เสมือนเป็นเพียงแต่แบบพี่ชาย- น้องสาว แค่นั้น หากแม้ผมจะหลงรักคุณ ตั้งแต่ยังไม่เจอหน้ากันก็ตาม ด้วยเหตุว่าข้าวฟ้าง เป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี คุยสนุก สนิทกับคนง่าย ยิ่งเพียงพอมาเจอตัวจริงแล้ว คุณก็ค่อนข้างจะบ๊องๆด้วยซ้ำ แต่คุณก็เป็น 1 ในไม่กี่ผู้ที่ให้กำลังใจผม ให้หลุดมาจากขณะอันเลวทรามของชีวิต…ใช่ครับ ชีวิตผมครั้งหนึ่งเคยอยู่ในช่วงที่เลวทราม เคยหันไปพึ่งสารเสพติด เพื่อลืมทุกข์โศก ปัญหาจากทางบ้าน แต่ก็ได้ ข้าวฟ้าง เนี่ยแหละครับ ที่ให้กำลังใจผม ทำให้ผมเลิกมันและหันหลังให้มันได้ หากแม้ตอนแรกทีคุณรู้คุณจะต่อว่าผมเป็นการใหญ่ก็ตามว่า ‘เพราะเหตุไรมีอะไรไม่บอกฟ้าง’ แต่ถึงคุณจะต่อว่าและโกรธแต่จากนั้นคุณก็โทรมาหาผมเกือบจะทุกวี่ทุกวันอย่างเป็น ห่วง และให้กำลังใจผมทุกคราว…จนถึงทำให้ผมฝ่าจุดนั้นมาได้…และนั้นก็ทำให้ผมยินดี รักคุณเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็เป็นเสมือนรักด้านเดียว..…

เพราะคุณนั้นมีคู่รักแล้วนั้นเอง ใช่งามขนาดนั้นมันไม่แปลกหรอก ข้าวฟ้างเป็นผู้ที่งาม กับคนง่าย จะมีคนชอบก็ไม่แปลก..แท้จริงผมก็กะบอกความในใจกับคุณ เมื่อคุณนั้นได้เข้ามาดำเนินการที่จังหวัดกรุงเทพ แต่ผมก็ต้องล้มความนึกคิดนี้ไป ด้วยเหตุว่าคุณยังคงคบค้ากับแฟนชายหนุ่มของคุณอยู่ และอีกอย่าง ผมก็กลัวว่า ถ้าหากบอกไปแล้วทุกสิ่งมันจะไม่ดังเดิมนะสิ…ใช่ เพราะแบบงั้นผมถึงตัดสินใจเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ภายในส่วนลึกของจิตใจอย่างนี้ เพราะขั้นต่ำ ผมยังจะไปหาคุณ ไปพบ หรือ พาคุณไปเที่ยว ในฐานะพี่ชายที่คุณนับถือได้ แต่ผมก็ทำอย่างงั้นได้อีกไม่กี่เดือนแล้ว เพราะตอนนั้น ข้าวฟ้างได้เอ่ยบอกผมอย่างคราวๆว่าสิ้นปีนี้คุณจะสมรสกับแฟนชายหนุ่มที่คบกันมา แน่ๆว่ามันทำให้ผมจุกอึ้งเช่นเดียวกัน…

แต่ก็ยังใส่หน้ากาก ของพี่ชาย เอ่ยอย่างแสดงความยินดีกับคุณด้วย…อย่างไม่มีอะไร ทั้งๆที่ในใจของผม แทบขาดเป็นเสี่ยงๆทั้งๆที่ทราบดีว่าคุณมีคู่รักอยู่แล้ว แต่อดปวดใจมิได้ แล้วก็รู้สึกว่ามันเร็วเหลือเกินสำหรับคุณจริงๆซึ่งผมนั้นก็แอบมุ่งหวังลึกๆขอให้คุณนั้นได้เลิกกับแฟนชายหนุ่มของคุณซะ ใช่มันเป็นความมุ่งหวัง และความฝันลมๆแล้งๆที่เป็นได้ต่ำมากมาย เพราะแฟนของข้าวฟ้าง นั้น เค้าค่อนข้างจะดี ดีมากยิ่งกว่าผมมากมาย อีกทั้งประเด็นการงาน ประวัติ หน้าตา ชาติกำเนิด ผู้ใดจะเสมือนผมละที่มีประวัติเคยติดยา ใช้เวลากว่าจะจบก็นาน…ใช่มันเทียบไม่ได้จริงๆ…แต่ผู้ใดจะคิดละ ครับ ว่าเรื่องมันจะกลับกัน ซึ่งผมก็ไม่มีทางลืม ยามค่ำคืนที่ทำให้ทุกอย่างนั้นผันแปรทุกสิ่งไปชั่วนิจนิรันดร์นั้น..ใช่แล้วคืน นั้น…

“ครับๆๆ…” ผม คำพูดที่เอ่ยร้องบอกแก่ผู้ที่มากมายดออดหน้าประตูห้องของผม บนคอนโดหรูกลางใจเมืองอย่างไม่ยั้งเหมือนกับรีบ รีบอะไรบางอย่าง…ท่าทีของผมในตอนนั้นค่อนข้างจะอารมณ์เสียมากมายด้วยซ้ำเพราะนี่มัน ก็แทบจะเที่ยงคืนแล้ว และผมก็พึ่งนอนไปเมื่อสักครู่นี้เองด้วย (ผมเป็นพวกหลับยาก ถ้าหากโดนผู้ใดปลุกอีกครั้งจะนอนไม่หลับ หรือออาจจะไม่หลับเลย..แถมวันนั้นก็เหน็ดเหนื่อยจากงานเอาการเช่นเดียวกัน..)

“บอก แล้วยังไง ว่ากำลังเดินมาเปิดอยู่..” ผมเอ่ยอย่างเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมทั้งเปิดทางออก ก่อนชะงัก เมื่อร่างบางของหญิงสาวนั้น ได้เข้ามาซบกอดผมอย่างปล่อยโฮ……อย่างในทันที ซึ่งหญิงสาวคนราวกับกล่าวนั้นก็ไม่ใช่ เว้นแต่ ข้าวฟ้าง นั้นเอง.. และการเข้าซบอย่างปล่อยโฮ….ของคุณนั้นก็ทำให้ผมถึงกับยืนอึ้งและตาสว่างอย่างในทันที..

“กำเนิด อะไรขึ้นเหรอ ฟ้าง..” ผมที่เอ่ยปากถาม ผมเอ่ยถามขึ้น ภายหลังที่พาคุณเข้ามาในห้อง ซึ่งข้าวฟ้างก็เดินมานั่งยังที่โซฟา โดยคุณนั้นก็เอ่ยร้องอย่างสะอึกสะฮื้นอย่างตลอดทาง…

“พี่เจมส์…พี่เจมส์เค้า…” คุณเอ่ยร้องตอบด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะฮื้น…ซึ่งผมก็มีท่าทางตั้งใจฟังและเอ่ยปากถาม
(เจมส์ ที่ว่าเป็นแฟนของข้าวฟ้างครับผม)

“เค้าเพราะเหตุไร?..”
“เค้า พาผู้หญิงที่แหน่งใดมานอนด้วยก็ไม่เคยทราบนะ พี่ปิ๊ค..” คุณแหงนขึ้นเอ่ยตอบคำถามข้อนี้ อย่างร้องไห้ริน ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมออกจะสะดุ้ง กับคำกล่าวนั้น พร้อมทั้งเอ่ยถามและปลอบโยนคุณไปด้วย..

“ใจเย็นๆสิ ผู้หญิงคนนั้น บางทีก็อาจจะเป็นญาติ ไม่ก็ เพื่อนพ้องกันก็ได้นะ..” ผมเอ่ยปลอบโยนอย่างให้ข้าวฟ้างมองในทางดี และนั้นก็ทำให้คุณเอ่ยสวนกลับใส่ผมอย่างในทันที

“เพื่อนพ้องอะไรกันละ!! ฟ้างมองเห็นเต็ม 2 ตาเลยจ๊ะ มองเห็นเค้ากำลังมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น อยู่กันบนเตียง สอง ต่อ สอง ” คุณที่เอ่ยสวนกลับ ด้วยน้ำเสียงที่เชิงขึ้นเสียงใส่ผมด้วยความเสียใจ และนั้นก็ทำให้ผมพอเข้าใจ ถึงสาเหตุ และเหตุผลที่ทำให้คุณนั้นร้องไห้ขนาดนี้แล้ว…ใช่ คุณอาจไปหาแฟนชายหนุ่มของคุณ และดันไป เจอกับฉากรักอันร้อนระอุของแฟนตัวเองกับผู้หญิงที่แหน่งใดแน่นอน

“ ทั้งๆที่ฟ้าง เชื่อใจว่าเขาไม่ใช่คนแบบนี้แท้ๆเพราะเหตุไรเค้าถึงทำกับฟ้างแบบนี้..” คุณเอ่ยกล่ามอย่างสะอึกสะฮื้นไปด้วย ใช่มาทำเรื่องแบบนี้ก่อนจะสมรส 4 เดือนเนี่ยนะ ผมก็ได้ แต่ดูอย่างไม่เคยทราบจะปลอบโยนข้าวฟ้างยังไงดี แล้วก็รู้เรื่องว่าข้าวฟ้างอาจเสียใจมากมายแน่นอนก็ตลอดเวลา ข้าวฟ้างเค้าเชื่อใจแฟนคนนี้อย่างสุดหัวใจเลยว่าไม่ใช่เพศชายที่เจ้าชู้…การัตตีซะดิบดี..

“เพราะเหตุไร เพราะเหตุไร เค้าต้องทำกับฟ้างแบบนี้ด้วย…และนี่ถ้าหากสมรสไปแล้วเค้าไม่ยิ่งทำกว่านี้ อีกเหรอ?…” คุณที่เอ่ยกล่าวอย่างสะอึกสะฮื้นพลางไปด้วย ซึ่งผมก็ดูคุณอย่างรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างไม่แพ้คุณเลย ใช่ผมเองก็ไม่เข้าใจในเพศผู้ชายคนนั้นเช่นเดียวกัน ว่าคิดอะไรอยู่….
ถึงทำเรื่องเหล่านี้…ใกล้ๆกับวันสำคัญนะ….

“ฟ้าง คืนนี้เราอยากร้องไห้ มากแค่ไหน ก็ร้องเลยจ๊ะ ร้องให้เพียงพอ พี่จะอยู่นี้ จะอยู่เป็นเพื่อนเราเองนะ” ผมเอ่ย ซึ่งนั้นก็อาจเป็นสิ่งเดียวที่ผมเพียงพอจะทำให้กับคุณในขณะนี้ก็ว่าได้…คุณที่ แหงนหน้ามองผม ก่อนที่คุณจะพยักหน้าและเอ่ยตอบอย่างสั้นๆ

“อืออ…” สิ้นเสียงกล่าวของคุณนั้น ใบหน้าของคุณก็ก้มลงซบที่ร่างของผมอย่างร่ำไห้ต่อ โดยที่ผมนั้นก็ได้แต่กอดคุณอย่างเบาๆด้วยความรู้สึกที่สงสารจับใจอย่างเช่น นั้น

“ดียิ่งขึ้นรึยังล่ะ” ผมถาม เมื่อท่าทางของข้าวฟ้างนั้นเริ่มดียิ่งขึ้น..เริ่มหยุดร้องบ้างแล้ว..

“อืออ ดียิ่งขึ้นหน่อย แต่มันยังไม่ดีมากแค่ไหนเลย..” คุณตอบ โดยที่ขอบตาของข้าวฟ้างนั้นก็ช้ำแดงพอเหมาะ…

“อืม ถ้าหากมีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็บอกนะ พี่จะช่วยเต็มที่เลย..” ผมที่เอ่ยปากถามและนั้นทำให้คุณแหงนอย่างจ้องมองผม ก่อนจะยิ้มอย่างมีคราบเปื้อนน้ำตานั้นว่า …

“งั้นก็มาดื่มเป็นเพื่อนฟ้าง หน่อยนะ พี่ปิ๊ค” คุณเอ่ยตอบ และผมก็พบว่าถุงที่คุณนั้นหิ้วมาด้วยนั้น ในนั้นก็มีแต่เครื่องดื่มเมาแทบทั้งหมด..

“ อืออ….. ได้สิ…”ผมตอบก่อนจะรับกระป๋อง เบียร์ที่คุณส่งมาให้ผมนั้น ตอนที่คุณนั้นก็จัดแจงเปิดกระป๋อง ดื่มทานอย่างไม่รอช้า ซึ่งแน่ๆว่าท่าทีนั้นของคุณก็บ่ง บอกเลยว่ายังอาจเสียใจอยู่ และอาจกะดื่มเพื่อลืมความทุกข์ทรมานโศกนี่อย่างไม่ต้องสงสัย..

“ฟ้าง จะเลิกกับเค้า….ฟ้างไม่สนแล้วฟ้างจะเลิก..” คำกล่าวของคุณที่เอ่ยขึ้น ภายหลังดื่มทานไปจนถึง คุณนั้นเริ่มตึงๆครึ่งเมาในระดับหนึ่งแล้วนั้น…

“จะ เลิกได้เหรอฟ้าง ก็คนแก่ของเรากับเขาจะยอมเหรอ เราบอกเองว่าเค้าชื่นชอบเรามากมายๆไม่ใช่เหรอ?..” ผมที่เอ่ยถาม ใช่ในเวลานี้การเห็นด้วยกับคุณไปก่อนนั้นจะเป็นเรื่องดีกว่าที่จะเอ่ยอย่างไม่ เห็นด้วยนั้น..แต่ถึงถ้าอย่างงั้นก็ทำให้ฟ้างหันมาดูผมอย่างตาขวางนิดหน่อย ด้วยท่าทางเริ่มเมาหน่อยๆ

“มิได้..ก็ต้องได้ เพราะคนแต่งเป็นฟ้าง…อีกอย่างมีหนแรกได้ ถัดไปก็จะต้องมีครั้งที่ 2 ไม่เอาฟ้างไม่ต้องการที่จะอยากเจ็บแล้ว…”คุณเอ่ยพล่ามตอบอย่างน้ำเสียงที่แสดงว่าเริ่มเมา แล้วแน่ๆว่าผมนั้นก็จ้องมอง คุณที่ดื่มทานอย่างสงสาร และ ผมก็ยังคงคิดและไม่รู้เรื่องว่า เช่นเดียวกันว่าเพราะเหตุไรแฟนของคุณถึงได้ทำอย่างงั้นนะ..

แต่แน่ๆครับ ว่า คิดไปก็แค่นั้น เพราะเหตุผล นั้นมีเป็น 108 ว่าเพราะเหตุไรถึงทำอย่างงั้น และถึงคิดไปก็อาจมิได้คำตอบที่จริงจริงหรอก เพราะผมก็ไม่ใช่แฟนของคุณด้วย ก่อนที่ผมจะสะดุ้ง เมื่อพึ่งสังเกตุท่าทีของ ฟ้างที่ดื่มทานเบียร์นั้น ซึ่งคุณคุณก็เล่นดื่มทานเหมือนกับมันเป็นน้ำไม่ก็ไม่ป่าน มิน่าละ ถึงได้เสียงออกอาการอย่างนั้น แถมคุณทานไป 4 กระป๋องแล้ว แต่ผมยังไม่หมดกระป๋องเลย…

“เฮ้ยๆฟ้าง ค่อยหน่อยสิ ดื่มอย่างนี้แล้วเราจะกลับยังไง..” ผมที่เอ่ยดุ คุณ ด้วยความเป็นห่วง ด้วยเหตุว่าท่าทีอย่างนั้นมีหวังได้เมานอนอยู่ที่ห้องผมแน่นอน…

“จะ กลับยังไง? ก็ไม่กลับนะสิ คืนนี้ฟ้างจะค้างที่นี้แหละ…” คำกล่าวของข้าวฟ้างที่เอ่ยสวนนั้นก็ทำให้ผมสะดุ้งพอเหมาะ…

“หาาาาา…..” ผมที่อุทาน…ซึ่งคุณก็ดูและเอ่ยถามต่ออย่างในทันที..

“รึว่ามิได้ล่ะ..”คำกล่าวที่เชิงถามกลับ ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมนั้น เกาหัวแกเกลื่อนกลาดๆ…

“ได้ สิ เพราะเหตุไร จะมิได้ล่ะ” ผมตอบอย่างยิ้มให้ พร้อมทั้งยืนขึ้นเพื่อจะเดินไปเพื่อจัดห้องและเตรียมที่พักผ่อน จริงๆเตรียมที่พักผ่อนไม่ใช่ของคุณหรอก ของผมนี่แหละ เพราะผมอาจไม่ให้คุณนอนพื้นแน่นอน..

“นี่ ยังไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ พี่ปิ๊ค อยู่กับ ฟ้างก่อนนะ..” คุณที่เอื้อมมาดึงเสื้อผมและเอ่ยกล่าวขึ้น ซึ่งผมก็ดูใบหน้าอันแดงระเรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์นั้น อย่างส่ายหน้านิดๆและเอ่ยตอบตกลง…

“อือออ….” ผมตอบ ก่อนจะลงนั่งดื่มเป็นเพื่อนกับฟ้าง ซึ่งผมก็มิได้วอรี่อะไรมากมายเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ด้วย จะทานมืดค่ำมากแค่ไหน จนกระทั่งยามเช้าก็ไม่หวั่นหรอก…ทุกสิ่งก็อยู่ในความเงียบมาพักใหญ่ ก่อนที่ฟ้างจะเอ่ยขึ้น..

“พี่ปิ๊ค ช่วยมองให้หน่อยสิค่ะ ว่าในถุงยังมีเหลืออีกมัย?…” คุณเอ่ยพร้อมทั้งทำท่าทีเพื่อให้ทราบว่ากระป๋องที่ 5 ไม่ก็ 6 ที่คุณกำลังดื่มอยู่นั้น ได้หมดลงไปแล้ว ผมก็ดูถอนใจนิดๆด้วยความเป็นห่วง..ที่เล่นดื่มมากมายซะขนาดนี้ แต่มาคิดอีกครั้ง ดีแล้วที่คุณมาดื่มอย่างงี้กับผม ใช่…ถ้าหากขืนไปดื่มที่อื่นๆ จนถึงมีสภาพอย่างนี้ อาจไม่แคล้วถูกผู้ใดพาไปทำอะไรต่อแน่นอน…

“มันหมดแล้ว นี่ ฟ้าง..”ผมเอ่ย อย่างไม่ต้องคลายถุงมอง เพราะสภาพของถุงพลาสติกนั้นมันก็บงบอกแล้วว่าไม่มีกระป๋องเบียร์ หลงเหลืออยู่อีก แต่รู้สึกว่ามันจะมีอะไรอยู่อีกอย่าง…ผมที่สงสัย ก่อนจะหยิบสิ่งที่เหลืออยู่นั้นออกมามอง แล้วก็ต้องชะงักนิดหน่อย เมื่อพบว่า สิ่งที่เหลืออยู่ในถุงนั้นเป็น กล่องเล็กๆที่มีผลิตภัณฑ์อยู่ในกล่องนั้นเพียงแต่ 3 ชิ้น…

ผลิตภัณฑ์ ราวกับกล่าวที่ทำให้ผมตาลุก และไม่ทันที่จะหันกลับไปดูทางหญิงสาวที่ผมรักเสมือนน้องสาวนั้น เสียงของคุณนั้นก็ค่อยๆเอ่ยกล่าวเชิงถามผมอย่างยิ้มๆ..

“พี่ปิ๊คพอใจใช้ มันกับ ฟ้างไหมค่ะ..” คำกล่าวที่คุณเอ่ยนั้นก็ทำให้ผมหันมาดูคุณที่นั่งด้วยท่าทางที่ชั่นเข่าและ จ้องมองผมอย่างยิ้มสวยๆด้วยท่าทางที่เริ่มเมาได้ที่นั้น…

“มะ เมื่อตะกี้ เราบอกว่าอะไรนะ..” ผมที่เอ่ยปากถามอย่างอึ้งๆกับคำกล่าวที่เมื่อตะกี้ได้ยินกำกวมนั้น ท่าทีของผมที่ทำให้คุณยิ้มน้อยๆก่อนจะขยับร่างอย่างเข้าพบผมที่นั่งด้านข้างคุณนั้น…

“ฟ้าง…ฟ้าง ถามว่า พี่ปิ๊ค พอใจ มีอะไรกับฟ้างมัยค่ะ?..” คุณที่เอ่ยปากถามอย่างตรงประเด็นจนถึงทำให้ผมสะดุ้ง มือไม้อีกทั้ง 2 ข้างของคุณที่เข้าลูบจับพยุงที่แก้มอีกทั้ง 2 ของผม เพื่อให้จ้องมองใบหน้าที่ระเรือแดงของคุณนั้น..

“ฟะ ฟ้าง ละ หยอกล้อใช่มัย …” ผมที่เอ่ยปากถามอย่างแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอเลยก็ว่าได้ ตอนที่ร่างของคุณขยับอย่างกระชับเหมือนกับคร่อมร่างของผมที่หันไปทางคุณอย่าง เยอะขึ้นเรื่อยๆ..

“ มิได้หยอกล้อค่ะ ฟ้างเอาจริงค่ะ ในเมื่อเค้ายังนอนกับคนอื่นได้ ฟ้างก็นอนกับคนอื่นได้ด้วยเหมือนกัน..” คำกล่าวตอบของคุณที่ทำให้ผมถึงกับชะงัก อย่างจ้องมองคุณ และในเวลานี้ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่า ฟ้างนั้นมิได้มาหาผมแค่เพียงอยากระบายอารมณ์โศกอย่างเดียว แต่ฟ้างยังก